Dark Arm · หัวจับ

RCC — ย้ายจุดหมุน
ไปไว้ที่ปลายโบลต์

แผ่นลอยธรรมดาแก้ได้แค่ “เยื้องข้าง” ถ้าโบลต์ เอียง มันช่วยไม่ได้ — และถ้าไปแก้เอียงโดยจุดหมุนอยู่ผิดที่ ปลายโบลต์จะเหวี่ยงหลุดรูแทน RCC คือกลไกที่ทำให้จุดหมุน “ลอย” ไปอยู่ที่ปลายโบลต์พอดี

ภาพวาดอธิบายหลักการยังไม่ได้เข้า CAD19 ส.ค. 2569

01ความผิดมี 2 แบบ ไม่เหมือนกัน

ปากกรวยที่ฝารับความพลาดได้ ±2.0 มม. — แต่ “เยื้อง” กับ “เอียง” ต้องแก้คนละท่า

แบบที่ 1
เยื้องข้าง — ต้องเลื่อน
เลื่อนหัวจับข้าง ๆ ก็จบ — แผ่นลอยธรรมดาทำได้
แบบที่ 2
เอียง — ต้องหมุน
เลื่อนข้างไม่ช่วย ต้องหมุนให้ตั้งตรง — แล้วหมุนรอบจุดไหนล่ะ?

02จุดหมุนผิดที่ = ยิ่งแก้ยิ่งหลุด

นี่คือหัวใจของ RCC ทั้งหมด

จุดหมุนอยู่สูง (ชุดลอยธรรมดา) จุดหมุน ปลายเหวี่ยงออก จุดหมุนอยู่ที่ปลายโบลต์ (RCC) ปลายอยู่กับที่
เทาคือท่าเอียง ดำคือหลังแก้ให้ตั้งตรง — จุดหมุนอยู่สูง ปลายจะกวาดออกจากรู · วาดเกินจริงให้เห็นชัด

ของจริงไม่ต้องเอียงมากเลย เพราะคานยาว 171 มม. จากจุดหมุนถึงปลาย:

แก้เอียงกี่องศาจุดหมุนที่ระนาบชุดลอยจุดหมุนที่ข้อมือ J5
0.5°1.49 มม.1.21 มม.
1.0°2.98 มม.2.43 มม.
2.0°5.96 มม.4.85 มม.
อ่านตารางนี้ยังไง: ปากกรวยจับได้แค่ ±2.0 มม. — แปลว่าถ้าจุดหมุนอยู่สูง แค่แก้เอียง 1 องศา ปลายก็เหวี่ยงพ้นปากกรวยไปแล้ว ยิ่งพยายามแก้ ยิ่งไม่ลง

03แบบที่ออกแบบ — ก้านสปริง 3 เส้นเล็งไปที่ปลายโบลต์

ก้านเหล็กบาง ๆ แข็งมากตามความยาว แต่อ่อนมากด้านข้าง — วางให้แนวก้านทั้ง 3 บรรจบกันที่ปลายโบลต์พอดี จุดหมุนก็ไปโผล่ตรงนั้น

ภาพตัดครึ่ง หน้าแปลน J6 แผ่นบน ก้านสปริง Ø1.5 ยาว 60 มม. เอียง 9.3° 3 เส้น วาง 120° แผ่นล่าง หัวจับ MHZ2-20D จุดหมุนอยู่ตรงนี้ 171 มม.
ก้านทั้ง 3 เล็งไปที่จุดเดียวกัน — พอโบลต์โดนปากกรวยดัน ชุดนี้จะหมุนรอบปลายโบลต์เอง ปลายไม่ขยับออกจากรู

04ตัวเลขที่รันจริงแล้ว

รายการค่าทำไมเท่านี้
ก้าน3 × Ø1.5 × 60ลวดสปริง · เอียงเข้าหาแกน 9.3° บนวงรัศมี 28 มม.
แข็งตามแกน ÷ อ่อนด้านข้าง2,133 เท่าตัวเลขนี้แหละที่ทำให้จุดหมุนไปโผล่ที่ปลายได้
จุดหมุนจริงอยู่ลึก165 มม.ปลายโบลต์อยู่ที่ 171 มม. → พลาดแค่ 6 มม.
ความแข็งด้านข้าง8.4 N/มม.ดันข้าง 1 มม. ใช้แรง 8.4 N → แขนกดลงแค่ 11.4 N
ความแข็งตามแกน17,209 N/มม.กด 30 N ยุบ 0.002 มม. — เสียบลงได้เต็มแรง ไม่ยวบ
เค้นในก้านตอนโก่งสุด500 MPaลวดสปริงรับ ~1,600 → เผื่อ 3 เท่า (ต้องมีตัวกันโก่งเกิน ±2.5 มม.)
ห้อยข้างตอนแขนตะแคง0.32 มม.หัวจับ+โบลต์ 0.27 กก. — ค่าคงที่ สอบเทียบหักออกได้
ชุดสูงขึ้น72 มม.ปลายมือยาวจาก 134.8 เป็น 206.8 มม. → ต้องแก้ท่าใหม่ทั้ง 20 ท่า
ผลต่อไหล่ J232.0% → 34.4%ของแรงบิดต่อเนื่อง — รันที่ท่าใส่โบลต์จริง 20 ท่า ผ่านสบาย

05ทำไมของสำเร็จรูปถึงแพง ฿83,000

เพราะเงื่อนไขข้อเดียว: วัสดุต้องแข็งตามแกนมากกว่าอ่อนด้านข้างอย่างน้อย 100 เท่า ไม่งั้นจุดหมุนไม่ยอมไปอยู่ที่ปลาย

ใช้อะไรทำแข็ง ÷ อ่อนจุดหมุนไปโผล่ที่
ยางตันก้อนเดียว3.5 เท่าลึกแค่ 6 มม.
ยางซ้อนแผ่นเหล็ก 4 ชั้น10.821 มม.
ยางซ้อน 6 ชั้น20.637 มม.
ยางซ้อน ~14 ชั้น (ของสำเร็จ)10093 มม.
ก้านสปริงยาว 60 มม.2,133165 มม. ✓
อ่านตารางนี้: เอายางแผ่นมาปะเฉย ๆ ไม่ได้ RCC — ได้แค่แผ่นลอยนิ่ม ๆ ของสำเร็จเขาเอายางบาง 1 มม. ซ้อนสลับแผ่นเหล็กสิบกว่าชั้นแล้วอัดวัลคาไนซ์ ซึ่งโรงกลึงทำไม่ได้ · แต่ก้านสปริงเล็ก ๆ ให้ผลดีกว่านั้นอีก และเราทำเองได้

06สรุปตรง ๆ — งานเราควรใช้อันไหน

แผ่นลอยลูกปืนRCC ก้านสปริง
แก้เยื้องข้างได้ ±3 มม.ได้ ±2.5 มม.
แก้เอียงไม่ได้ได้ (หมุนรอบปลาย)
สูงขึ้น18 มม.72 มม.
กลับศูนย์เดิมเป๊ะ (ลูกปืนตกเบ้า)เป๊ะ (ก้านดีดกลับ)
ทำเองกัด 2 แผ่น + สปริงกัด 2 แผ่น + ลวดสปริง 3 เส้น
ข้อสังเกตที่ต้องพูดตรง ๆ (ยังไม่ได้ลงมือ): รูในฝาเป็น Ø12 ส่วนโบลต์ Ø10 — หลวมถึง 2 มม. และยอมให้โบลต์เอียงได้ถึง 7.8° งานเสียบที่ RCC ถูกคิดมาแก้คืองานที่รูหลวมแค่ 0.05 มม. ซึ่งเอียงนิดเดียวก็ติดหนึบ

แปลว่าสำหรับงานนี้ ส่วน “หมุนรอบปลาย” แทบไม่ได้ใช้ — ตัวที่ทำงานจริงคือส่วนเลื่อนข้าง ซึ่งแผ่นลอย 18 มม. ทำได้เท่ากันโดยไม่ต้องยืดปลายมือออกไป 72 มม. แล้วแก้ท่าใหม่ทั้งชุด

RCC จะคุ้มขึ้นทันทีถ้า ① เปลี่ยนไปเสียบของที่รูฟิต (เช่นสลักนำศูนย์ของจิ๊กเข้าเครื่อง) ② หรือเจอว่าโบลต์ห้อยเอียงในนิ้วหนีบเกิน 1° เป็นประจำ